ออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างร้อนแรงจริง ๆ สำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า หลังเดินหน้าคว้าชัยชนะได้ต่อเนื่องถึง 7 นัดจากการลงเล่นทุกรายการ พร้อมก้าวขึ้นไปรั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกได้อย่างแข็งแกร่ง

ผลงานล่าสุดของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือการเปิดบ้านเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ 5-3 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2026 โดยเกมดังกล่าวเต็มไปด้วยประตูและความตื่นเต้น ก่อนที่ทีมของมาเรสก้าจะรักษาสถิติชนะรวดเอาไว้ได้ และขยับนำเป็นจ่าฝูงด้วยคะแนนทิ้งห่างอันดับสอง 3 คะแนน

ตลอดช่วงออกสตาร์ต แมนฯ ซิตี้ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในเกมรุกที่น่าจับตามอง โดยยิงไปแล้วถึง 20 ประตูจาก 7 นัด คิดเป็นค่าเฉลี่ยประมาณ 2.86 ประตูต่อนัด ขณะเดียวกันทีมยังเสียไปเพียง 5 ประตู และสามารถเก็บคลีนชีตได้ถึง 4 นัด สะท้อนให้เห็นว่าทีมสามารถสร้างความแตกต่างได้ทั้งในเกมรุกและเกมรับ

แมนฯ ซิตี้ ชนะรวด 7 นัด จาก 3 รายการ

หนึ่งในจุดที่ทำให้ผลงานของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าสนใจเป็นพิเศษ คือชัยชนะ 7 นัดติดต่อกันไม่ได้เกิดขึ้นจากการแข่งขันรายการเดียว แต่เกิดขึ้นจากการลงเล่นถึง 3 รายการ ทำให้ทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า สามารถรักษาความต่อเนื่องของฟอร์มการเล่นเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

ในพรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ ออกสตาร์ตด้วยผลงานชนะรวด และยังเป็นทีมเดียวที่มีสถิติชนะ 100 เปอร์เซ็นต์หลังผ่าน 5 นัดแรกของลีก ขณะที่ในเกมบอลถ้วย ทีมก็ยังเดินหน้าคว้าชัยได้อย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่งถล่มนอริช ซิตี้ 5-0 ในคาราบาว คัพ ก่อนบุกชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ และปิดท้ายด้วยชัยชนะเหนือซันเดอร์แลนด์ 5-3

การคว้าชัยในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ยังเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของมาเรสก้า เพราะ แมนฯ ซิตี้ ต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนเป็นเวลานานหลัง ฟิล โฟเด้น ถูกไล่ออกจากสนาม แต่ทีมยังสามารถรักษาสกอร์และคว้าชัยจากประตูของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ได้สำเร็จ

เกมรุกของเรือใบกำลังเดินหน้าเต็มกำลัง

อีกหนึ่งสิ่งที่โดดเด่นจากผลงานของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือประสิทธิภาพในการทำประตู โดยการยิงได้ถึง 20 ลูกจาก 7 นัด ทำให้ทีมมีค่าเฉลี่ยการทำประตูเกือบ 3 ลูกต่อเกม

เกมล่าสุดกับซันเดอร์แลนด์ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เมื่อ แมนฯ ซิตี้ ยิงได้ถึง 5 ประตูจากผลงานของ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, รายาน แชร์กี้, อ็องตวน เซเมนโย่ และเออร์ลิง ฮาลันด์ ก่อนคว้าชัย 5-3 และรักษาสถิติชนะรวดเอาไว้ได้

โดยเฉพาะ ฮาลันด์ ที่ยังคงเป็นหนึ่งในตัวจบสกอร์คนสำคัญของทีม และประตูในเกมดังกล่าวยังทำให้เขาสามารถยิงประตูใส่คู่แข่งครบทั้ง 25 สโมสรที่เคยเผชิญหน้าในพรีเมียร์ลีกอีกด้วย

เกมรับยังมีจุดที่มาเรสก้าต้องแก้

แม้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเดินหน้าคว้าชัยชนะอย่างต่อเนื่อง แต่ผลงานเกมรับก็ยังมีบางจุดที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่เสียถึง 3 ประตูให้กับซันเดอร์แลนด์ และปล่อยให้ ไบรอัน บร็อบบีย์ ทำแฮตทริกได้

อย่างไรก็ตาม ก่อนเกมดังกล่าว แมนฯ ซิตี้ เคยเก็บคลีนชีตติดต่อกันถึง 4 นัด และผลงานโดยรวมยังถือว่าแข็งแกร่งเมื่อพิจารณาจากการเสียเพียง 5 ประตูในช่วงต้นฤดูกาล

เอ็นโซ่ มาเรสก้า เองก็ยอมรับหลังเกมกับซันเดอร์แลนด์ว่าทีมยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมเกมและการป้องกันไม่ให้คู่แข่งสร้างโอกาสง่าย ๆ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทีมต้องใช้ช่วงพักเบรกทีมชาติในการแก้ไข

มาเรสก้ากำลังสร้าง แมนฯ ซิตี้ ในแบบของตัวเอง

การเข้ามารับตำแหน่งกุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ต้องเผชิญกับความคาดหวังมหาศาล หลังเข้ามาสานงานต่อจากยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แต่การออกสตาร์ตด้วยชัยชนะ 7 นัดติดต่อกันก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่โดดเด่น

โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก มาเรสก้ากลายเป็นเพียงผู้จัดการทีมคนที่ 6 ที่สามารถคว้าชัยใน 5 เกมแรกกับสโมสรใหม่ได้ครบทุกนัด ซึ่งก่อนหน้านี้มีชื่อของกวาร์ดิโอล่าอยู่ในกลุ่มดังกล่าวด้วย

สิ่งที่น่าสนใจหลังจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการรักษาสถิติชนะรวด แต่คือการดูว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะสามารถรักษามาตรฐานตลอดทั้งฤดูกาลได้หรือไม่ เพราะเส้นทางยังอีกยาวไกล และทีมยังต้องรับมือกับโปรแกรมพรีเมียร์ลีก รวมถึงการแข่งขันฟุตบอลถ้วยและฟุตบอลยุโรป

แต่ ณ เวลานี้ ตัวเลข 7 นัด 7 ชัยชนะ 20 ประตู รั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก คือผลงานที่บอกได้ชัดเจนว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า กำลังออกสตาร์ตฤดูกาลด้วยฟอร์มที่ร้อนแรง และกำลังสร้างความน่าสนใจให้กับฤดูกาลแรกของกุนซือรายนี้อย่างเต็มตัว



"เฟร์ราน ตอร์เรส" 6 นัด 7 ประตู ฟอร์มแบบนี้ PSG ต้องให้ตัวจริงยาว ๆ แล้วหรือยัง?

🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉https://line.me/R/ti/p/@pzz9

Post a Comment

أحدث أقدم